Happy Birthday to Me...^^

posted on 04 Oct 2010 01:51 by namnao in Me

 

วันนี้วันเกิด...
อายุมากขึ้นอีกหนึ่งปีแล้ว...
คิดถึงแม่จัง...
^__________^

 

 

 

 

"เธอคนนี้น่ะมีไว้แค่มอง...ให้แตะต้องได้เป็นเจ้าของแค่ตา"

อื้ม~~ ใช่เลย

 

มากกว่ามองหน่อยนึง

คือแตะต้องสัมผัสทางร่างกายได้

ด้วยคำว่า "เพื่อน"

 

แต่ไม่สามารถสัมผัสใจ...ได้อย่างที่อยากจะสัมผัส

เพราะคำคำเดียวกันนั่นแหละ...

 

^ ^

...

ปอลิง คิดถึงแกอีกแล้วล่ะ ดากานดาของฉัน

(ช่วงนี้ ดัชนีความเพ้อพุ่งสูง...เพราะฝนตกแน่ๆเลยล่ะแก ^^)

 

 

 

 

 

 

 

90% ในชีวิตของผู้หญิงคนนี้

คือเราสามคน

แทบทุกอย่าง

เพื่อเราสามคน...

เพื่อลูก..

 

แม่ของหนาว เป็นทุกอย่าง

นับตั้งแต่แม่บ้าน พยาบาล นางฟ้า ยักษ์ใจร้าย

แม่ครัว คุณครู...

และที่สำคัญที่สุด

เป็นคนที่รักหนาวมากที่สุดในโลก...

 

ไม่รู้ว่า วันแม่ปีนี้ จะได้กลับไปหาแม่รึป่าว...

แต่ก็อยากให้รู้ว่า...

หนาวรักแม่นะ

 

...ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก

(แม้จะอยู่ในชุดกางเกงขาสั้น เสื้อยืด คีบอีแตะ และติดกิ๊บดำอย่างนี้ก็เถอะ ^^)

 

 

edit @ 9 Aug 2010 23:12:11 by Secret Of Love...

แ บ บ นี้ น่ ะ ดี แ ล้ ว...

posted on 04 Aug 2010 01:58 by namnao in Secret

 

 

 

ไม่ได้เขียนบล็อคมานาน

ไม่สิ...

ต้องบอกว่า ไม่ได้เขียนถึงแกมานานแล้วมากกว่า

 

วันนี้

ฉันลองมานั่งคิดนะเว้ย

ว่า ถ้าเราเป็นแฟนกันจริงๆ

ถ้าสมมติว่าแกเลิกกับเค้าจริงๆ

แล้วเรามาคบกันจริงๆ

ฉันจะยังมีความสุขมั้ย

 

...ฉันจะมีความสุขจริงๆหรือเปล่า

 

บางทีนะ

บางที...

เราเป็นแบบนี้ ก็ดีอยู่แล้ว

มีคนบอกว่า

คนบางคน เป็นเพื่อนที่ดี แต่ไม่ใช่แฟนที่ดี

...เราอาจจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

แต่ถ้าคยกันแล้วมันคงไม่รอด

 

บางทีนะ...ฉันว่า ฉันคงแอบรักแกในสถานะเพื่อนแบบนี้แล้วมีความสุขมากกว่า

มากกว่าการที่เราจะเป็นแฟนกันจริงๆ

ฉันว่างั้นนะ...

ฉันว่า... เราเป็นแบบนี้น่ะ ดีแล้ว

เราเป็นเพื่อนสนิทกันแบบนี้น่ะดีแล้ว

...

ให้ฉันได้แอบรักแกต่อไปแบบนี้น่ะ...ดีแล้ว ^^

 

ป.ล. คิดถึงแกนะ ดากานดาของฉัน ^^

 

 

 

 

[Fiction] A time of us... [1]

posted on 22 Jun 2010 13:47 by namnao in Fictions

 

 

 

 

"อะไรนะ คุณแม่จะให้ผมแต่งงานเหรอครับ" ใบหน้าหวานสวยราวกับ

ผู้หญิงหันขวับไปมองผู้เป็นมารดา ซึ่งกำลังยกชาชั้นดี

ขึ้นมาจิบพร้อมรอยยิ้มน้อยๆที่มุมปาก

 

 

"ใช่แล้วค่ะลูก ทงเฮ...ลูกต้องแต่งงาน"

 

 

"แต่คุณแม่ เค้าเป็นใคร ผมก็ยังไม่รู้จัก รักหรือก็ไม่ แล้วผมจะแต่งงาน

กับเค้าได้ยังไงล่ะครับ แล้วถึงจะแต่งจริงๆ แล้วถ้าเราเข้ากันไม่ได้

ต้องทะเลาะกัน อยู่กันอย่างไม่มีความสุข ผมจะทำยังไงล่ะครับ" 

 

 

อีทงเฮ เจ้าของใบหน้าสวยหวานและเรือนร่างบอบบางน่าทะนุถนอม

ลูกชายคนเล็กของครอบครัวอี เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าและเครื่องหนัง

แบรนด์ดังที่สุดในเกาหลีและอีกหลายๆกิจการ กำลังทำเสียงหวานออดอ้อน

เพื่อจะกล่อมมารดาของเขาให้ยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้เสีย  

 

 

ผู้ชายคนนั้นเป็นใครก็ไม่รู้ แล้วเขาก็ไม่อยากจะแต่งกับใครก็ได้เสียหน่อย

การแต่งงานมันต้องเกิดจากความรักสิ  สมองน้อยๆพยายามคิดหาเหตุผลมาเพิ่ม

แต่ก็ถูกมีเรียวสวยของมารดายกขึ้นมาห้ามเสียก่อน

 

 

"พอแล้ว อีทงเฮ...นี่เป็นคำขอร้อง ลูกต้องแต่งงาน เพื่อครอบครัวของเรา นะคะ"

 

คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ "เพื่อครอบครัว? ทำไมล่ะครับคุณแม่"

 

"มันคือคำสัญญาลูกผู้ชายของคุณพ่อที่ให้ไว้กับเพื่อน

ว่าจะให้ลูกคนเล็กของทั้งสองคนแต่งงานกัน ทงเฮอยากให้คุณพ่อ

ผิดคำสัญญากับเพื่อนแล้วไม่สบายใจเหรอลูก"

 

"แต่ว่า..."

 

"ถือว่าแม่ขอร้อง นะคะ เอาอย่างงี้ หมั้นกันไว้ก่อน ศึกษากันไปเรื่อยๆ

ซักสามเดือน ถึงตอนนั้นถ้าไม่ไหวจริงๆ แม่จะขอถอนหมั้นเค้าให้ ดีมั้ยคะลูก"

 

เมื่อเห็นสายตาขอความเห็นใจของมารดา คำพูดที่กำลังจะพรั่งพรู

ออกจากปากเรียวสวยก็ถูกสกัดกั้นไว้ ทงเฮจำใจพยักหน้ายอมรับ

คำขอร้องนั้นอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะขอตัวขึ้นไปทำโปรเจคที่จะต้อง

ส่งอาจารย์ในวันพรุ่งนี้ต่อ โดยไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มสมใจที่มุมปาก

ของมารดาที่กำลังยกหูโทรศัพท์หาใครบางคน

 

 

"คุณคิมเหรอคะ เรียบร้อยแล้วนะคะ แต่ว่าต้องหมั้นกันไว้ก่อน

สามเดือนแล้วค่อยแต่งน่ะค่ะ... ค่ะ ...ค่า สวัสดีค่ะ"

 

 

 

 

ร่างบอบบางลากสังขารขึ้นมาถึงห้องนอน ก่อนจะทิ้งตัวลงบน

เตียงกว้างสีฟ้าน้ำทะเล พลางถอนหายใจเบาๆ

 

"เฮ้อ ไม่น่าแพ้ลูกอ้อนคุณแม่เลย ..." 

ดวงตาสีน้ำตาลสดใสหลับลงช้าๆ พลางนึกถึงอนาคตอันใกล้นี้ของตัวเอง

 

 

 

ผมเพิ่งจะอยู่ปีสามเองนะ ทำไมผมต้องรีบแต่งงานด้วยล่ะครับ

ผมยังใช้ชีวิตวัยรุ่นได้ไม่คุ้มเลยนะ '

 

 

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

 

 

 

"ทงเฮ วันนี้ไปหาแม่ที่โรงแรมตอนบ่ายโมงนะคะลูก พี่เค้าก็มาด้วย" 

เสียงของมารดาที่ดังเล็ดลอดมาจากโทรศัพท์ทำให้ร่างบอบบางหน้ามุ่ย

ทันทีจนเพื่อนข้างๆอย่างฮยอกแจแปลกใจ

 

 

"ผมพรีเซนต์งานเสร็จตอนเที่ยงครึ่งนะครับคุณแม่ ไม่รู้จะไปทันรึเปล่านะ"

ทงเฮบอกมารดาไปอย่างเนือยๆ ปลายสายพูดอะไรต่อซักครูแล้วก็วางสายไป

ฮยอกแจจึงได้โอกาสถามเพื่อนทันที

 

 

"มีอะไรเหรอ ทงเฮ  ทำไมหน้าตาแกไม่สเบยเลยวะ"

 

 

"ฮยอกแจ... ฉัน กำลังจะ...แต่งงาน" เสียงหวานบอกแผ่วเบา

แต่อีกฝ่ายกลับตกใจร้องโหวกเหวกทันที 

 

"ฮะ!! แต่งงาน!"

 

"แกจะเสียงดังทำไมเนี่ย" ทงเฮบ่นบุ๋ยๆให้เพื่อน พลางดึงคนที่กำลังยืนค้ำหัวให้นั่งลงที่เดิม

 

"แล้วเค้าเป็นใคร มาจากไหน เรียนที่ไหน เป็นคนดีมั้ย แล้วทำไมฉันไม่รู้ แล้ว.."

 

มือเรียวสวยยกขึ้นปิดปากเพื่อนที่กำลังพล่ามอย่างเสียสติพลางจุ๊ปาก

บอกให้เงียบ "ไม่รู้ ฉันก็ยังไม่เคยเจอเค้าเลย แต่วันนี้ก็คงจะรู้แล้วล่ะ

เพราะคุณแม่นัดมาเจอแล้ว"

 

"แล้วแกจะต้องแต่งงานกับคนที่ยังไม่รู้จักเนี่ยนะ" ฮยอกแจถามเพื่อนรักเบาๆ

ด้วยความรู้สึกเห็นใจ มือบางเอื้อมไปกุมมือของเพื่อนไว้พลางบีบเบาๆ

เพื่อส่งกำลังใจไปให้ ทงเฮเห็นดังนั้นก็ยิ้มบางๆ ให้เพื่อน

 

 

มิตรภาพนี่ไม่มีวันหมดจริงๆ

 

 

"อือ...ไม่รู้สิ มันอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้มั้ง"

 

 

 

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มินิคูเปอร์สีเหลืองสดใสเข้าจอดในลานจอดรถหน้าโรงแรมข้าง

เจ้าสี่ห่วงสีบรอนซ์หรู ก่อนที่ร่างบอบบางจะพาตัวเองขึ้นไปที่

ห้องอาหารตามที่ได้นัดไว้ ทงเฮมองหาอยู่ชั่วครูก็เจอคุณนายอี

กำลังนั่งคุยกับใครก็ไม่รู้อย่างสนุกสนาน

 

 

"คุณแม่...ขอโทษที่มาช้าครับ พอดีพรีเซนต์นานไปหน่อย"

เสียงหวานเรียกเบาๆ แล้วหันไปทำความเคารพคนสองคนที่นั่ง

ฝั่งตรงข้ามอย่างสุภาพเรียบร้อย แล้วนั่งลงข้างๆ มารดา

 

 

"ทงเฮ.. นี่คุณนายคิม แล้วก็ ว่าที่คู่หมั้นของลูก คุณคิมคิบอมค่ะลูก"

 

"สวัสดีครับ"

 

รอยยิ้มสดใสและคำทักทายถูกส่งให้กับคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามทันที

ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูไม่มีพิษภัยใดๆ ทำให้ทงเฮรู้สึกวางใจได้หน่อยนึงว่า

อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็คงไม่ทำอันตรายเขาหรอก...มั้ง

 

 

 

 

 

 

.......

 

 

 

 

 

 

 

แวบแรกที่คิมคิบอมได้ยินคำว่าแต่งงานจากปากมารดา มือใหญ่ได้แต่

แอบหยิกขาตัวเองเบาๆเพื่อเป็นการยืนยันว่าเขาไม่ได้ฝันไป

และมันก็พิสูจน์ได้ว่า เขาไม่ได้ฝันไปจริงๆเสียด้วย

 

"อีทงเฮ เหรอครับ...คุณแม่"

 

"ใช่ลูก น้องเค้าชื่อ อีทงเฮ เป็นเด็กดี น่ารัก มากๆด้วย"

คุณนายคิมตะล่อมกล่อมหูลูกชายคนเล็กที่กำลังดำรงตำแหน่ง

รองประธานของบริษัทคิมเอ็นจีเนียริ่งแอนด์เดเวล็อปเม้นท์ที่กำลัง

เป็นผู้นำในด้านการออกแบบและรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่สุดในเกาหลี

 

 

ลูกชายที่เอาการเอางาน แต่ก็เป็นเพลย์บอยที่หาตัวจับยาก

คนเป็นแม่จึงอยากให้ลูกเป็นฝั่งเป็นฝา ก่อนที่จะมีหญิงสาวคนไหน

มาแอบอ้างให้ลูกชายของเธอรับผิดชอบเป็นพ่อของเด็กในท้อง

 และลูกชายคนเล็กของเพื่อนรักของสามีที่เคยให้สัญญากันไว้

ก็เป็นตัวเลือกแรกและตัวเลือกเดียวของเธอในครั้งนี้

 

               

"ถือว่าแม่ขอร้อง นะลูก หมั้นไว้ก่อนสามเดือนแล้วค่อยแต่งก็ได้

ถ้าไม่ไหวจริงๆค่อยถอนหมั้น นะลูก" ประโยคเดียวกันกับที่

คุณนายอีใช้กล่อมลูกเด๊ะ ก็ช่วยกันคิดมานี่นะ

 

 

"ครับๆ ก็ได้ครับ ถ้านั่นคือความต้องการของคุณแม่" ลูกชายตอบกลับสั้นๆ

ก่อนจะเดินหายขึ้นห้องไป พอดีกับที่โทรศัพท์จากอีกฝั่งก็มาพอดี

 

 

"ค่า...เหรอคะ ทางนี้ก็เรียบร้อยเหมือนกันค่ะ ...ค่า สวัสดีค่ะ"

 

 

ยังมีเวลาสนุกอีกแค่แป๊บเดียวสินะ  ร่างสูงคิดแล้วก็จัดการอาบน้ำแต่งตัว

เพื่ออกไปตระเวนราตรีเพื่อเป็นการส่งท้าย

ก่อนที่คิมคิบอมคนนี้จะมีคู่หมั้น

 

 

คู่หมั้นที่ชื่อ...อีทงเฮ

 

 

 

 

 

 

......

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ครับๆ บ่ายโมงนะครับคุณแม่ ครับ สวัสดีครับ" คิบอมวางสายโทรศัพท์

ก่อนจะหันมาส่งสัญญาณให้เพื่อนพูดต่อ เชวซีวอนมองหน้าเบื่อๆ

ของคนตรงหน้าก่อนจะถามออกมา

 

 

"มีอะไรเหรอมึง" คนตัวสูงแค่นยิ้มออกมาหน่อยนึง "กูกำลังจะแต่งงาน"

 

คิบอมหลุดหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเพื่อนของเขาทำตาโต

"ยังไม่เคยเจอหรอก รู้แค่ว่า ชื่ออีทงเฮ...คุณแม่นัดบ่ายโมง ไปล่ะนะ"

 

ร่างสูงก้มมองนาฬิกา แล้วก็ก้าวเดินออกจากห้องไป

ทิ้งให้เพื่อนรักนั่งงงอยู่ด้านหลังเพียงลำพัง

 

 

 

"ไอ้คิบอมเนี่ยนะ จะแต่งงาน..."

 

 

 

 

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างสูงพารถคู่ใจเข้าจอดในลานจอดรถของโรงแรม คิบอมจัดการ

ล็อคเจ้าสี่ห่วงก่อนจะสาวเท้าเข้าไปภายในโรงแรม ชายหนุ่ม

นั่งทานอาหารพร้อมทั้งคุยเรื่องสัพเพเหระกับมารดาของตนเองและของว่าที่คู่หมั้น

 

ในใจแอบเคืองเล็กน้อยที่อีกฝ่ายไม่ตรงเวลา จึงก้มหน้าก้มตาจัดการ

อาหารของตัวเอง หากแต่เสียงหวานๆที่ดังขึ้นด้านหน้าก็ทำให้ต้อง

เงยหน้าขึ้นมา พร้อมๆกับที่ความโกรธและหัวใจหลุดลอยไปพร้อมกัน

 

 

"คุณแม่...ขอโทษที่มาช้าครับ พอดีพรีเซนต์นานไปหน่อย"

เสียงหวานเรียกเบาๆ แล้วหันไปทำความเคารพคนสองคนที่

นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างสุภาพเรียบร้อย แล้วนั่งลงข้างๆ มารดา

 

"ทงเฮ.. นี่คุณนายคิม แล้วก็ ว่าที่คู่หมั้นของลูก คุณคิมคิบอมค่ะลูก"

 

"สวัสดีครับ"

 

รอยยิ้มสดใสและคำทักทายถูกส่งให้กับเขา คิบอมเพียงยิ้มรับบางๆ

อย่างไว้ฟอร์ม ใบหน้าหวานสวยถูกคนลอบมองพิจารณาช้าๆ

 

 

 

ยิ่งมองก็ยิ่งสวย

 

 

ยิ่งมองก็ยิ่งหวาน

 

 

มือใหญ่เอื้อมหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบเพื่อซ่อนรอยยิ้มถูกใจ

ท่าทางการแต่งงานครั้งนี้ คงไม่แย่อย่างที่คิดล่ะมั้ง...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 22 Jun 2010 14:02:24 by Secret Of Love...